

"เรือใบสีฟ้า" ห้ามพลาด! แมนฯ ซิตี้ บุกรัง เดอะ เชอร์รี่ส์ ไฟต์บังคับเพื่อยื้อตั๋วแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | บอร์นมัธ VS แมนฯ ซิตี้ | เกมสัปดาห์ที่ 37/38 | วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2026พรีวิวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 อาจเป็นค่ำคืนที่
แมนฯ ซิตี้ ต้องสูญเสียแชมป์
พรีเมียร์ลีก อย่างเป็นทางการ โดยทัพ
เรือใบสีฟ้า มีคิวต้องบุกไปเยือน
บอร์นมัธ ทีมลุ้นตั๋ว แชมเปี้ยนส์ลีก ที่สนาม
วิตาลิตี้ สเตเดี้ยม ซึ่งหากทีมจ่าฝูงอย่าง อาร์เซน่อล สามารถเก็บชัยชนะเหนือ เบิร์นลี่ย์ ได้ตามคาดในวันจันทร์ ลูกทีมของ
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จำเป็นต้องเก็บชัยชนะที่ชายฝั่งตอนใต้ให้ได้สถานเดียว เพื่อยื้อการลุ้นแชมป์อันดับหนึ่งไปจนถึงเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล
แมตซ์ พรีวิวบอร์นมัธไม่เพียงแต่ลางบอกเหตุทางชายฝั่งจะไม่เป็นใจให้กับคู่แข่ง แต่ทีมรองแชมป์เก่ายังต้องมาเจอกับ
บอร์นมัธ ยุคปัจจุบันที่ครองสถิติไม่แพ้ใครยาวนานที่สุดใน
พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ถึง 16 นัดติดต่อกัน แม้ว่าการเสมอมากเกินไปในช่วงก่อนหน้านี้จะทำให้ลูกทีมของ
อันโดนี่ อิราโอล่า ยังไม่สามารถทะลุเข้าสู่ห้าอันดับแรกได้ แต่ตอนนี้ทัพ
เดอะ เชอร์รี่ส์ เริ่มเปลี่ยนผลเสมอให้เป็นชัยชนะได้แล้ว โดยหลังจากเสมอ 6 จาก 7 เกมในช่วงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ถึง 20 มีนาคม ล่าสุดพวกเขาชนะถึง 4 จาก 5 เกมหลังสุด ซึ่งเกมล่าสุดเพิ่งบุกไปชนะ ฟูแล่ม 1-0 จากประตูชัยของ รายัน ทำให้พวกเขายังมีโอกาสลุ้นแซง ลิเวอร์พูล ทีมอันดับห้าที่นำอยู่เพียง 4 คะแนนแต่แข่งมากกว่า 1 นัด นอกจากนี้พวกเขายังแพ้ในบ้านในศึก
พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล
2025-26 เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น ซึ่งมีแค่ อาร์เซน่อล และ เอฟเวอร์ตัน ที่บุกมาเก็บสามแต้มออกไปได้ อีกทั้ง
อันโดนี่ อิราโอล่า เคยพาทีมเปิดบ้านชนะ
แมนฯ ซิตี้ 2-1 ในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งนั่นคือชัยชนะครั้งเดียวของพวกเขากจากการเจอกัน 17 นัดในลีก ส่วนอีก 16 นัดที่เหลือลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ทั้งหมด
แมนฯ ซิตี้เพิ่งคว้าแชมป์บอลถ้วยมาครองได้มากกว่า อาร์เซน่อล 2 รายการในฤดูกาลนี้ และการคว้าทริปเปิลแชมป์ในประเทศก็ยังเป็นไปได้สำหรับแชมป์ อีเอฟแอล คัพ และ เอฟเอ คัพ ทีมล่าสุด ทว่าแฟนบอลไม่ได้เฉลิมฉลองกันอย่างบ้าคลั่งนักหลังจากเพิ่งคว้าแชมป์รายการหลังมาเมื่อวันเสาร์ โดยประตูชัยของ
อองตวน เซเมนโย่ ที่ยิงใส่ เชลซี ในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ
2025-26 ช่วยให้
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คว้าถ้วยรางวัลใหญ่เป็นใบที่ 20 ในการคุมทีม
แมนฯ ซิตี้ (รวม คอมมิวนิตี้ ชิลด์) และทำให้กุนซือชาวกาตาลันเป็นผู้จัดการทีมคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ชนะแชมป์ พรีเมียร์ลีก อย่างน้อย 3 สมัย, ยูโรเปี้ยน คัพ 3 สมัย, อีเอฟแอล คัพ 3 สมัย และ เอฟเอ คัพ 3 สมัย อย่างไรก็ตาม การเฉลิมฉลองอาจกลายเป็นความเศร้าในคืนวันอังคารนี้ เนื่องจากพวกเขายังตามหลัง อาร์เซน่อล อยู่ 2 คะแนน และช่องว่างจะขยายเป็น 5 คะแนนชั่วคราวหาก อาร์เซน่อล ไม่พลาดท่า ซึ่งในสถานการณ์นั้น หากพวกเขายังทำได้แค่เสมอหรือแพ้
บอร์นมัธ จะส่งผลให้พวกเขาจบอันดับสองทันที แต่สถิติไม่แพ้ใคร 10 นัดติดต่อกันทุกรายการ (ชนะ 9) ยังช่วยให้ทีมเยือนอยู่ในสถานการณ์ที่ดี รวมถึงไม่แพ้ใครเกมเยือนในประเทศ 10 นัดติด และเก็บได้ 4 คลีนชีตจาก 5 เกมหลัง แม้ว่าการไปเยือนทีมแถบชายฝั่งตอนใต้ 4 ครั้งหลังสุดในลีกจะไม่ชนะเลยก็ตาม
ฟอร์มล่าสุดบอร์นมัธ (พรีเมียร์ลีก) : เสมอ ชนะ ชนะ เสมอ ชนะ ชนะ
แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก) : ชนะ ชนะ ชนะ เสมอ ชนะ ชนะ
แมนฯ ซิตี้ (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ เสมอ ชนะ ชนะ ชนะ
สภาพความพร้อมของทีมบอร์นมัธเกมล่าสุดที่ คราเวน ค็อตเทจ ทั้งสองทีมต้องเหลือผู้เล่น 10 คนในช่วงครึ่งหลัง โดย ไรอัน คริสตี้ โดนใบแดงโดยตรงส่งผลให้เขาจะพลาดการลงสนามในเกมนี้และตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลเนื่องจากติดโทษแบน 3 นัด การติดโทษแบนของ ไรอัน คริสตี้ จะเปิดโอกาสให้ ไทเลอร์ อดัมส์ ได้กลับมาลงสนามเป็นตัวจริงในทันที อย่างไรก็ตาม ลูอิส คุก อาจจะหายจากอาการบาดเจ็บที่ต้นขาเพื่อกลับมาเป็นตัวเลือกในแดนกลางให้กับ
อันโดนี่ อิราโอล่า ได้เช่นกัน ส่วนในรายของ ฮูลิโอ โซแลร์ (ต้นขา) ยังคงต้องพักรักษาตัวต่อไป ขณะที่แบ็กขวาอย่าง อเล็กซ์ ฮิเมเนซ ถูกสโมสรสั่งแบนในระหว่างการสอบสวนเกี่ยวกับข้อหาร้ายแรงบนโซเชียลมีเดีย
แมนฯ ซิตี้ก่อนหน้านี้นัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ มีเพียง
โรดรี่ เท่านั้นที่มีอาการไม่แน่นอน แต่กองกลางชาวสเปนสามารถออกสตาร์ทเป็นตัวจริงและเล่นไป 65 นาทีที่ เวมบลีย์ ทำให้
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีขุมกำลังที่ฟิตสมบูรณ์เต็มที่ในการบุกไปเยือน
วิตาลิตี้ สเตเดี้ยม ในเกมกับ เชลซี กุนซือทีมเยือนได้เปลี่ยนเอา โอมาร์ มาร์มูช ออกในช่วงพักครึ่ง ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนแท็กติกไม่ใช่เพราะอาการบาดเจ็บ เนื่องจากดาวเตะชาวอียิปต์ทำผลงานได้ไม่ตามเป้าหมายในการลงเล่นแทน
รายัน แชร์กี้ โดยในเกมนัดกลางสัปดาห์นี้
รายัน แชร์กี้ มีโอกาสสูงมากที่จะได้กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงใน 11 ตัวแรก ขณะที่
โรดรี่ น่าจะได้รับไฟเขียวให้ลงทำหน้าที่ในแดนกลางร่วมกับ นีโก กอนซาเลซ ที่ไม่มีชื่อในทีมเลยในเกมที่ เวมบลีย์
คาดการณ์ผู้เล่นบอร์นมัธ : เปโทรวิช; สมิธ, ฮิลล์, เซเนซี่, ทรูฟเฟิร์ต; อดัมส์, สก็อตต์; รายัน, ครุปี้, ทาเวอร์เนียร์; อิวานิลซอน
แมนฯ ซิตี้ : ดอนนารุมม่า; นูเนส, คูซานอฟ, เกฮี, โอไรลีย์; ซิลวา, โรดรี่; เซเมนโย่, แชร์กี้, โดกู; ฮาลันด์
วิเคราะห์คาดการณ์แมนฯ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังเผชิญหน้ากับความกดดันอย่างหนักในการรักษาความหวังลุ้นแชมป์
พรีเมียร์ลีก โดยพวกเขามีขุมกำลังที่ฟิตสมบูรณ์เต็มที่หลังจาก
โรดรี่ ฟิตกลับมาช่วยทีมได้ และแนวรุกจะมี
รายัน แชร์กี้ รวมถึง
อองตวน เซเมนโย่ ฮีโร่จากนัดชิง เอฟเอ คัพ ลงทำศึกร่วมกับ เออร์ลิง ฮาลันด์ แม้ว่าฟอร์มล่าสุดจะชนะมาต่อเนื่องและไม่แพ้ใครมา 10 เกมติดทุกรายการ ทว่าการมาเยือนชายฝั่งตอนใต้ 4 ครั้งหลังสุดในลีกพวกเขาไม่ชนะเลย และเกมนี้ต้องเจอกับงานหยาบในการพบกับ
บอร์นมัธ ของ
อันโดนี่ อิราโอล่า ที่กำลังมั่นใจสุดขีดด้วยสถิติไม่แพ้ใครในลีกยาวนานที่สุดถึง 16 นัด แถมเกมล่าสุดเพิ่งชนะ ฟูแล่ม มาจากประตูของ รายัน แม้ว่าเจ้าถิ่นจะขาด ไรอัน คริสตี้ ที่ติดโทษแบน และ ฮูลิโอ โซแลร์ ที่บาดเจ็บ จนต้องใช้ ไทเลอร์ อดัมส์ แทน แต่สถิติในบ้านของพวกเขานั้นแข็งแกร่งมากแพ้แค่ 2 นัดตลอดฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ด้วยแรงจูงใจที่ต้องการยื้อตำแหน่งแชมป์ไปจนถึงวันสุดท้าย และเกรดบอลที่ยังดูเหนือกว่า เชื่อว่า
แมนฯ ซิตี้ จะบดเอาชนะความแข็งแกร่งในบ้านของ ทัพ
"เดอะ เชอร์รี่ส์" ไปได้อย่างหวุดหวิด
คาดการณ์สกอร์: บอร์นมัธ 1-2 แมนฯ ซิตี้ข้อมูลที่น่าสนใจทีมชนะ: แมนฯ ซิตี้ - พวกเขามีความจำเป็นต้องชนะสถานเดียวเพื่อลุ้นแชมป์
พรีเมียร์ลีก ต่อไปจนถึงวันสุดท้าย ประกอบกับมีขุมกำลังที่ฟิตสมบูรณ์เต็มร้อย และสถิติการเจอกันที่ผ่านมาสามารถเอาชนะคู่แข่งไปได้ถึง 16 ครั้งจากการพบกัน 17 นัดในลีก
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง - ทั้งสองทีมต่างมีสถิติเกมรุกที่ยอดเยี่ยม โดยเจ้าบ้านชนะ 4 จาก 5 เกมหลังสุดและกำลังลุ้นตั๋วไปยุโรป ขณะที่ทีมเยือนยิงประตูได้อย่างต่อเนื่องและมีสถิติชนะถึง 9 จาก 10 นัดหลังสุดในทุกรายการ
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - บอร์นมัธ แข็งแกร่งยามเล่นในบ้านฤดูกาลนี้โดยแพ้แค่ 2 นัด และไม่แพ้ใครมา 16 นัดติด ย่อมมีดีพอที่จะทำประตูได้ ส่วน
แมนฯ ซิตี้ มีสถิติเกมเยือนแถบชายฝั่งที่ไม่ดีนักในช่วงหลังและเสียประตูง่ายยามออกนอกบ้าน
ทีมได้ประตูแรก : แมนฯ ซิตี้ - จะเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ตั้งแต่เริ่มเกมด้วยแรงกระตุ้นในการลุ้นแชมป์สูงสุด และต้องการรีบทำประตูเพื่อคลายความกดดันในการเจอกับเจ้าบ้านที่กำลังทำผลงานได้เหนียวแน่น
แหล่งที่มา: วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2025-26 บอร์นมัธ VS แมนฯ ซิตี้Tags :
ufa7979 ,
เว็บตรงยูฟ่าเบท ,
ทางเข้าufa7979