สระผมทีไรผมร่วงเป็นกำ! เช็กสัญญาณ “
ผมร่วงหนักมาก” แบบไหนแก้ทัน แบบไหนเสี่ยงผมบางถาวร พร้อมวิธีดูแล
เคยเป็นกันไหมครับ? สระผมแต่ละทีต้องยืนทำใจ เพราะกวาดท่อระบายน้ำทีไรเจอเส้นผมหลุดล่วงออกมาเป็นกำๆ หรือตื่นนอนตอนเช้าหันไปมองหมอนก็ต้องใจหายเพราะมีเศษผมติดอยู่เป็นกระจุก ปัญหา ผมร่วงหนักมาก เป็นเรื่องที่กวนใจและทำลายความมั่นใจของใครหลายคนอย่างมาก
.
หลายคนมักคิดว่าอาการเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติ เดี๋ยวก็หายไปเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เส้นผมของเรามีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่าง "การหลุดร่วงตามวงจรปกติ" กับ "สัญญาณเตือนว่าหนังศีรษะและรากผมกำลังอ่อนแอขั้นวิกฤต" วันนี้เราจะพาทุกคนมาเช็กอาการด่วนๆ กันครับว่า อาการผมร่วงของคุณอยู่ในระดับไหน และจะมี วิธีแก้ผมร่วง อย่างถูกวิธีได้อย่างไรก่อนที่ปัญหาจะสายเกินแก้
.
เช็กด่วน! 3 ระดับอาการผมร่วง แบบไหนปกติ แบบไหนอันตราย?
วงจรเส้นผมของมนุษย์เรามีการผลัดเปลี่ยนอยู่เสมอครับ แต่การจะรู้ว่าเรากำลังเสี่ยงต่อภาวะ ผมบางทำไงดี นั้น สามารถประเมินได้จาก 3 ระดับอาการ ดังต่อไปนี้
ระดับ 1: ผมร่วงตามธรรมชาติ (ระดับปกติ)
โดยทั่วไปแล้ว คนเราจะมีเส้นผมร่วงเฉลี่ยวันละ 50 - 100 เส้น (และในวันที่สระผมอาจร่วงได้มากถึง 150 - 200 เส้น) หากเส้นผมของคุณร่วงอยู่ในเกณฑ์นี้ถือว่าเป็นวงจรปกติของเส้นผม (Telogen Phase) ที่เส้นผมเก่าหลุดออกเพื่อให้ผมใหม่ได้งอกขึ้นมาแทนที่ สภาพหนังศีรษะโดยรวมยังคงดูหนาแน่นเท่าเดิม กรณีนี้ยังไม่ต้องกังวลใจครับ
ระดับ 2: เส้นผมเริ่มอ่อนแอและลีบแบน (ระดับเริ่มแย่)
หากคุณเริ่มสังเกตเห็นว่า แค่ใช้มือสางผมเบาๆ หรือหวีผมเพียงไม่กี่ครั้ง เส้นผมก็หลุดติดมือออกมาอย่างง่ายดาย แถมเส้นผมที่เคยหนาและมีน้ำหนักกลับเริ่มมีขนาดเล็กลง ลีบแบน และขาดง่าย นั่นคือสัญญาณเตือนว่า วิธีบำรุงรากผม ที่คุณใช้อยู่ในปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอ สารอาหารไปเลี้ยงรากผมได้น้อยลง จนทำให้รากผมเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ ครับ
ระดับ 3: ผมบางจนเห็นหนังศีรษะชัดเจน (ระดับวิกฤต)
นี่คือสัญญาณเตือนภัยขั้นสุดครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเริ่มมองเห็นพื้นที่หนังศีรษะขาวๆ ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอยแสกกว้างขึ้นกว่าเดิม หรือในกลุ่มผู้ชายที่เริ่มมีปัญหาหน้าผากเถิกขึ้นเป็นรูปตัว M หรือผมบางลงบริเวณกลางกระหม่อม อาการในระดับนี้แสดงว่ารากผมฝ่อตัวลงและหยุดทำงาน หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รีบฟื้นบำรุงอย่างเร่งด่วน อาจส่งผลให้เกิดภาวะผมบางเรื้อรังและกู้กลับคืนมาได้ยากขึ้นครับ
.
ทำไมแค่ “แชมพูแก้ผมร่วง” อย่างเดียวถึงไม่พอ?
เมื่อมีปัญหาผมร่วง สิ่งแรกที่หลายคนเลือกทำคือการเปลี่ยนแชมพูสระผม แต่ทำไมใช้ไปหลายขวดแล้วผมก็ยังร่วงเหมือนเดิม?
เหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์คือ "แชมพูมีหน้าที่หลักในการทำความสะอาด" ไม่ใช่การบำรุงล้ำลึก และที่สำคัญ แชมพูอยู่บนหนังศีรษะของเราเพียงแค่ 1 - 2 นาทีระหว่างสระผม จากนั้นก็ถูกล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำให้สารบำรุงต่างๆ ไม่สามารถซึมลึกเข้าสู่รากผมได้นานพอ
สิ่งสำคัญที่เส้นผมและหนังศีรษะในระดับวิกฤตต้องการ จึงไม่ใช่แค่ความสะอาด แต่คือ "สารอาหารเข้มข้นที่อยู่ติดทนนาน" และสามารถซึมซาบเข้าไปบำรุง ล็อกรากผม และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณหนังศีรษะได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันนั่นเองครับ
4 วิธีแก้ผมร่วงและกู้ผมหนาอย่างถูกวิธี
หากคุณต้องการบอกลาปัญหาผมร่วงเป็นกำ และอยากให้เส้นผมกลับมาแลดูหนานุ่ม สุขภาพดีอีกครั้ง ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลตามขั้นตอนดังนี้ครับ
ปรับพฤติกรรมการสระผม: หลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่นจัด เพราะจะทำให้หนังศีรษะแห้งและรากผมอ่อนแอ และห้ามเข่นหรือเกาหนังศีรษะแรงๆ ตอนสระผม ให้ใช้วิธีนวดเบาๆ ด้วยปลายนิ้วแทน
หลีกเลี่ยงการมัดผมแน่นเกินไป: การมัดรวบตึงจะเกิดแรงดึงรั้งที่รากผม ทำให้เส้นผมหลุดร่วงได้ง่ายขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ทานอาหารที่ช่วยบำรุงรากผม: เน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง รวมถึงสารอาหารจำพวก ซิงค์ (Zinc), ไบโอติน (Biotin) และธาตุเหล็ก เช่น ไข่, ถั่ว, ปลาแซลมอน และผักใบเขียว
เลือกใช้ตัวช่วยบำรุงในรูปแบบที่อยู่ติดหนังศีรษะ (Leave-on): การใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท แฮร์โทนิค (Hair Tonic) ฉีดพ่นหลังสระผมโดยไม่ต้องล้างออก คือวิธีบำรุงรากผมที่ตรงจุดที่สุด เพราะสารบำรุงจะทำงานได้ยาวนานตลอดวัน
.
ฟื้นบำรุงหนังศีรษะอย่างตรงจุดด้วย Dr.Jel Hair Tonic Spray
สำหรับใครที่กำลังมองหา
แฮร์โทนิค ยี่ห้อไหนดี ที่ตอบโจทย์คนผมร่วง ผมบาง และต้องการความมั่นใจกลับคืนมาอย่างปลอดภัย ขอแนะนำ Dr.Jel Hair Tonic Spray นวัตกรรมสเปรย์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะเข้มข้นที่พัฒนาขึ้นมาโดยผู้เชี่ยวชาญ
จุดเด่นที่ทำให้
Dr.Jel Hair Tonic Spray แตกต่างจากโทนิคทั่วไป:
สารสกัดเข้มข้นเพื่อเส้นผมโดยเฉพาะ: อุดมไปด้วยนวัตกรรมสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยฟื้นบำรุงหนังศีรษะอย่างล้ำลึก ช่วยลดปัญหาผมขาดหลุดร่วงอย่างตรงจุด และช่วยดูแลให้ผมเกิดใหม่แลดูหนานุ่ม มีน้ำหนัก
สูตรบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ: แก้ปัญหาของคนผมร่วงส่วนใหญ่ที่กลัวการใช้ทรีตเมนต์ เพราะ Dr.Jel ฉีดแล้วซึมไว เบาสบายหนังศีรษะ และที่สำคัญ ไม่ทำให้หัวมันเพิ่มระหว่างวัน คุณจึงสามารถฉีดบำรุงได้เป็นประจำเช้า-เย็น โดยไม่รบกวนการเซ็ตผมหรือชีวิตประจำวัน
อ่อนโยนและปลอดภัย: ปราศจากสารเคมีรุนแรงที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง มั่นใจได้ในความปลอดภัยภายใต้มาตรฐานการผลิตที่ถูกต้องตามกฎหมาย อย.